ฟังแล้วน้ำตาซึม 😭 ดาวรุ่งเสียงดี ออกเพลงชุดเดียวแล้วต้องลาวงการด้วยเหตุผลนี้

ฟังแล้วน้ำตาซึม 😭 ดาวรุ่งเสียงดี ออกเพลงชุดเดียวแล้วต้องลาวงการด้วยเหตุผลนี้

เฉลยแล้วดาวรุ่งสาวได้ออกเพลงชุดเดียว ด้วยเหตุผลชวนน้ำตา ซึมเมื่อเกือบปีก่อนเราได้นำเสนอประวัติ ของนักร้องดาวรุ่งสาวเสียงดีนามว่าเรนู ทับทิมสยามซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งตำนานนัก ร้องประกวดที่กวาดรางวัลมานับไม่หวาดไม่ ไหวถึงขนาดสามารถเอาเงินรางวัลมาสร้าง บ้านให้แม่อยู่ได้ก่อนที่จะกลายมาเป็นนัก ร้องอัดแผ่นแต่แล้วนักร้องสาวเสียงดี อนาคตไกลกลับมีผลงานเพลงเพียงชุดเดียว แล้วเงียบหายไปเลยกลายเป็นปริศนาคาใจ สำหรับแฟนเพลงและผู้สนใจใครรู้ที่มีคำถาม ว่าทำไมคนเสียงดีร้องเพลงเก่งถึงไม่มีผล งานเพลงออกมาอีกเลยน่าเสียดายจังวันนี้

นับเป็นข่าวดีนะครับสำหรับผู้ชมผู้ฟังที่ อยากทราบคำตอบหรือชื่นชอบเรื่องราวในอดีต เมื่อสัปดาห์ก่อนทีมงานเราได้คำตอบเรื่อง นี้โดยคุณเรนูทับทิมสยามเป็นคนเฉลยเรื่อง นี้เแถมมีข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่างเล่า ให้เราฟังเพิ่มเติมด้วยเราจึงขอนำเอาข้อ มูลมานำเสนอและอัปเดตความเป็นอยู่ล่าสุด ของเรนูทับทิมสยามให้แฟนๆได้หายคาใจคลาย ความคิดถึงกันนะครับเพื่อให้เรื่องราว เข้าใจง่ายไม่งงก่อนจะอัปเดตข้อมูลใหม่ขอ เท้าความที่มาที่ไปประวัติโดยสังเขปของ เรนูทับทิมสยามก่อนนะครับเรนูทับทิมสยาม นักร้องลูกทุ่งสาวในตำนานว่ากันว่าในยุค นั้นเธอเป็นดาวรุ่งที่มีน้ำเสียงโดดเด่น

น้ำเสียงใกล้เคียงกับพุ่มพวงดวงจันทร์บาง คนมองว่าเสียงเธอชัดแจ๋วกว่าพุ่มพวงด้วย ซ้ำแต่ก็เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวนะครับ เรณูทับทิมสยามมีชื่อจริงว่าวารีทิพยทอง เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนปี 2500 เป็น ลูกสาวคนสุดท้องในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 7 คนของคุณพ่อวาฬคุณแม่แม้นทิพทองเด็กหญิง วารีทิพยทองเกิดที่ตำบลตลิ่งชันอำเภอ เมืองจังหวัดสุพรรณบุรีทางบ้านมีอาชีพทำ นาเธอเรียนจบที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใส วิทยาดอนเจดีย์ในระดับชั้นมศ 3 หลังจาก เรียนจบแล้วเธอได้เข้าเป็นครูสอนเด็ก อนุบาลอยู่ที่ดอนเจดีย์ 3 ปีอย่างไรก็ดี ในยุคนั้นเงินเดือนของเธอไม่พอที่จะส่ง

เสียทางบ้านได้วารีจึงลาออกจากงานแล้ว เดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อหางานทำเธอเล่า ย้อนถึงความหลังของชีวิตว่าหนูทำงานก่อ สร้างอยู่ 1 เดือนคนบ้านนอกนี่คะเอาทุก ทางที่ได้เงินและเป็นอาชีพที่สุจริตตอน นั้นร้องเพลงประกวดมาจนเบื่อแล้วค่ะแทบ ทุกจังหวัดใกล้เคียงที่หนูเดินทางได้ สะดวกหนูตระเวนร้องมาตลอดก็อย่างที่บอกร จนเก็บเงินรางวัลปลูกบ้านให้แม่อยู่ได้ แหละคำสัมภาษณ์นี้บ่งถึงภูมิหลังของเธอ ที่โตมากับเสียงเพลงและชอบร้องเพลงนะครับ เรียกว่าทุกเวทีประกวดแถวสุพรรณบุรี สิงห์บุรีนครสวรรค์ลพบุรีโคราชสระบุรีเธอ ตระเวนประกวดร้องเพลงและคว้ารางวัลที่ 1

มาได้ในมือทุกครั้งที่ร่วมการแข่งขัน เรียกว่าชนะรางวัลที่ 1 แทบทุกเวทีที่ออก ร้องเธอเผยว่าบอกได้เลยนะคะหนูร้องประกวด มาหลายปีประกวดเสียจนเอาเงินรางวัลมาปลูก บ้านให้แม่อยู่ได้ค่ะโดยเธอเริ่มประกวด ร้องเพลงครั้งแรกเมื่อปี 2514 ที่งาน อนุสรณ์ดอนเจดีย์สุพรรณบุรีซึ่งอยู่ใกล้ บ้านของเธอและที่นี่เองที่เธอคว้ารางวัล ที่ 1 มาเป็นครั้งแรกในชีวิตเธอเล่าต่อ ว่าหนูร้องประกวดอยู่ 5-6 ปีได้มั้งจึงมี เงินเก็บปลูกบ้านให้แม่อยู่ได้ประกวด ครั้งหนึ่งได้ 500 – 5,000 หนูก็เคยได้ มาปลูกบ้านแบบบ้านนอกค่าใช้จ่ายไม่สูง เหมือนในเมืองหรอกค่ะเธอเปรยขึ้นเพื่อ

อธิบายว่าผู้ฟังอาจจะไม่เชื่อว่าลำพัง เงินรางวัลจากการการร้องเพลงประกวดจะเอา มาปลูกบ้านได้หรือผู้สัมภาษณ์ได้ขยายความ เพิ่มเติมว่าเมื่อได้ฟังแล้วผมถึงยอมรับ ว่าเป็นไปได้เพราะบ้านที่บ้านนอกจะเสีย เพียงค่าไม้ตะปูสังกสีส่วนแรงงานอาศัย ซึ่งกันและกันตัดกลับมาตรงจุดที่เธอมาทำ งานก่อสร้างที่กรุงเทพฯนะครับเธอทำงานก่อ สร้างอยู่ในระยะสั้นๆต่อมาวารีทิพยทองก็ ได้งานหลักที่แน่นอนที่บริษัทิติไทยแลนด ซึ่งเธอทำเรื่อยมาจนกระทั่งได้เป็นนัก ร้องอัดแผ่นก็ยังทำอยู่เธอเผยว่าทำงานที่ นี่ก็พอกินพอเก็บส่งให้แม่ค่ะทำมาแล้ว 2 ปีเศษงานนี้เกี่ยวกับเครื่อง

อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบริษัทนี้มีคนงานอยู่ มากค่ะบริษัทก็อยู่แถวหลัก 4 บางเขนนี่ เองกินนอนที่นี่เลยค่ะจุดที่ทำให้เธอก้าว มาเป็นนักร้องอัดแผ่นเธอเผยว่าหนูกลับ บ้านเมื่อสิ้นปีไปเที่ยวงานวัดป่าเลไล สุพรรณบุรีงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แล้วก็มีวงดนตรีประกวดร้องเพลงด้วยเพื่อน ๆยุให้เข้าประกวดร้อง 2 คืนค่ะคืนวันที่ 31 ธันวาคมและตัดสินเมื่อวันที่ 1 มกราคมโดยทั้ง 2 คืนร้องทั้งหมด 4 เพลง หนูร้องเพลงนักร้องบ้านนอกหม้ายขันหมาก แก้วรอพี่และตะวันละฟ้าพอร้องชนะจากจำนวน นักร้องทั้งหมด 300 กว่าคนหนูก็ร้องโชว์ อีก 1 เพลงในเพลงกับข้าวเพชรฆาตได้รางวัล

แยะทีเดียวค่ะพอดีมีครูเพลงที่ไปเป็น กรรมการตัดสินในคืนนั้นก็คือครูชลธีทาทอง พร้อมด้วยใครต่อใครอีกหลายคนในคืนนั้นมี คุณเทวาปัญญาพรซึ่งร่วมเป็นกรรมการและ โฆษกบนเวทีประกวดด้วยจึงได้เอ่ยปากชักชวน เธอให้เข้าวงการลูกทุ่งและต่อมาจากนางสาว ทิพทองก็ได้กลายเป็นเรนูทับทิมสยามซึ่ง กำเนิดขึ้นหลังจากที่เธอชนะการประกวด ครั้งสุดท้ายจากเวทีนี้ไม่นานด้วยการ สนับสนุนของเทวาปัญญาพรและชลทีทาทองและ นี่ก็คือที่มาของอัลบั้มตำข้าวซึ่งมีเพลง เด่นๆเช่นจดหมายจากไร่อ้อยจดหยนี้เขียน วันที่ใจ ทเดือนที่เรา พศแน เซควายหลงแม่แงะแงเอยควายหลงแม่กินนมใคร

กินนมสักกแตนท้องแบนหน้าไสคนบางกอกเขาว่า วานอกคมไวัยรุ่นใจร้อนปีนี้จะมีคู่เสีย แรงรออย่ามาสาบานฉันเบื่อสาบานก็คำสาบาน เหมือนลมผ่านปากเชื่อกันลำบากร้อยลิ้นพัน ใจอย่ามาสัญญาฉันเกลียดสัญญาก็คำสัญญาของ คุณพล่อยๆได้ฟังบ่อยๆฉันเลือ รำคาญและตำข้าวเป็นต้นตเถอตก็ได้ทรังทข้า ข้าเหนียว ทั้งข้า ทั้งเพลงในอัลบั้มนี้ทั้งหมดประพันธ์โดย ครูชลธีทาทองและเรียบเรียงดนตรีทั้งหมด โดยครูประยงค์ชื่นเย็นเป็นที่น่าเสียดาย ยิ่งที่เธอได้ออกผลงานเพียงชุดเดียวแล้ว

ก็ไม่ได้สาต่อเรื่องร้องเพลงเหตุผลที่ฟัง แล้วชวนน้ำตาซึมก็คือเพราะคุณพ่ออยากให้ เป็นครูสอนเด็กมากกว่าเป็นนักร้องทั้งๆ ที่ใจของเธอรักเสียงเพลงมากมายแต่ก็ต้อง ตัดใจและเชื่อฟังความห่วงใยความหวังดีที่ ผู้เป็นพ่อชี้ทางให้ด้วยเหตุนี้เรนู ทับทิมสยามจึงมีผลงานเพลงเพียงชุดเดียว หลังชนะประกวดและได้ออกอัลบั้มซึ่งเป็น เกียรติกับชีวิตตนในอัลบั้มชุดตำข้าวแล้ว เรนูทับทิมสยามหรือวารีทิพย์ทองก็ทำงาน อยู่บริษัท tic thiland แถวหลัก 4 บางเขนอยู่ต่ออีกระยะหนึ่งจากนั้นก็ล่า ออกจากบริษัทและกลับไปสอนเด็กที่โรงเรียน เก่าที่เคยสอนที่ดอนเจดีย์คือโรงเรียน

ดอนเจดีย์พิทยาคมและได้เรียนต่อจนจบ ปริญญาตรีโดยเรียนครุศาสตร์บัณฑิตเอก ปฐมวัยที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เรียกว่าเธอเดินตามเส้นทางที่คุณพ่ออยาก เห็นได้อย่างสวยงามนับเป็นลูกยอดกตัญญู อีกท่านหนึ่งปัจจุบันนี้ครูวารีทิพย์ทอง อยู่ในวัย 67 ปีและเกษียณอายุราชกาลแล้ว และได้ย้ายจากสุพรรณบุรีไปอยู่กับลูกที่ แม่สอดท่านเล่าว่าในวัย 67 ปีสุขภาพค่อน ข้างดีมีความดันสูงและไขมันสูงนิดหน่อย คุณหมอให้รับยามากินตามวาระด้านร้องเพลง นั้นเรนูทับทิมสยามเล่าด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆว่าหลังไม่ได้ออกอัลบั้มก็ได้ร้องเพลง ตามงานตามวาระต่างๆตามประสาคนชอบร้องเพลง

และมีคนขอให้ร้องแต่ปัจจุบันเสียงของท่าน มีการชำรุดไปตรวจที่โรงพยาบาลศิริราชพบ ว่าเส้นเสียงหย่อนไป 2 เส้นคุณหมอบอกว่า ถ้าจะให้หายต้องผ่าตัดแต่ท่านกลัวไม่กล้า ผ่าตัดก็เลยต้องอยู่กับเสียงที่ขาดๆหายๆ ร้องเพลงไม่ดีเหมือนก่อนแล้วได้แต่เปิด ฟังเพลงตัวเองเพงที่เคยร้องไว้ทุกวันฟัง ไปก็น้ำตาไหลไปอย่างไรก็ตามเรณูทับทิม สยามมีทายาทที่สืบทอดน้ำเสียงและการร้อง เพลงคือมีลูกสาวที่ร้องเพลงได้ไพเราะราว กับได้เลือดแม่มาเต็มๆชื่อของเธอคืออิม หทกซึ่งนอกจากจะเสียงดีร้องเพลงเพราะ เหมือนแม่แล้วยังมีความสามารถทำขวัญนาค ได้เหมือนแม่อีกต่างหากสิ่งนี้ทำให้เรนู

ทับทิมสยามผู้เป็นแม่ชื่นใจและภูมิใจยิ่ง แฟนๆที่คิดถึงเรนูทับทิมสยามก็แวะไปทัก ทายถามข่าวได้ทาง Facebook วารีทิพย์ทอง ซึ่งใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษนะครับขอขอบคุณ ข้อมูลอ้างอิงจากนิตยสารโลกดาราฉบับเดือน มิถุนายนปี 2525 และขอบคุณตัวอย่างเพลง ที่มีผู้ลงไว้ขอบคุณข้อมูลและภาพจากคุณ วารีทิพยทองขอบคุณมากครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *