ลาลับนานแล้ว 😭 ตำนานลูกทุ่ง เพลงแรกก็ดังเปรี้ยง

ลาลับนานแล้ว 😭 ตำนานลูกทุ่ง เพลงแรกก็ดังเปรี้ยง ( ประวัติ จตุพร เพชรสยาม )

ลาลับนานแล้วตำนานเพลงแรกก็ดังเปรี้ยงจาก ไปเมื่อหลายปี ก่อนถ้าใครเกิดทันปี 2522 และชอบฟังเพลง แนวลูกทุ่งคงทราบดีว่ามีเพลงดังเพลงหนึ่ง ที่ขับร้องโดยนักร้องหน้าใหม่และแต่งโดย นักแต่งเพลงหน้าใหม่ในพ.ศนั้นนั่นก็คือ เพลงน้ำตาตังเกแต่งโดยอรุณยอดปรีดาครับ ร้องโดยจตุพรเพชรสยามกว้างออกไปแสนยไกล ถิ่นไม่เจอะแผ่นดินหากินกลางทะเลเปลี่ยว อุราแวาเวเขาเรียกตังเกเร่จับปลานอกจากจะ ดังตามคลื่นวิทยุแล้วเพลงน้ำตาตังเกของ จตุพรเพชรสยามก็ยังได้รับความนิยมสูงลิ่ว ในหมู่ทหารที่ต้องวิ่งออกกำลังกายทุกเช้า เย็นโดยเฉพาะเหล่าทหารเรือจะชื่นชอบและ

ใช้เพลงนี้ร้องบ่อยๆเป็นพิเศษโดนคลื่นโดน ลมโถมกระหน่ำบางครั้งเรือจมควำก็ต้องน้อง น้ำ ตาไม่มีเวลาพักพนจากแม่กลองละลองไปกระบี่ 3 วันอีกทีไปอยู่ที่ชุมพลกลับชนกลับจัน ละปากน้ำก่อนแวะจอดนครย้อน สงขลา 15 วันลถึงได้เทียบท่าออกจากนารา กลับมามหาชัยจ พี่คิดถึง เจ้าเกร็ดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเพลงนี้มี หลายประการเป็นต้นว่าผู้ร้องเพลงน้ำตา ตังเกแทนที่จะเป็นคนใต้แต่กลับเป็นชาว สุรินทร์ถิ่นอีสานใต้แต่เคยเป็นตังเกอยู่ พักหนึ่งและต่อมาก็มีภรรยาเป็นคนใต้อีก อย่างก็คือจตุพรเพชรสยามไม่เคยเป็นนัก ร้องมาก่อนเดิมทีเขาเป็นกุ๊กเป็นเชฟทำ อาหารตามโรงแรมเพลงน้ำตาตังเกคือเพลงแรก

ที่เขาบันทึกแผ่นเสียงและกลายเป็นเพลง แจ้งเกิดให้เขาทันทีรายละเอียดมีดังต่อไป นี้ครับจตุพรเพชรสยามมีชื่อจริงว่าไพศาล มลิซ้อนเป็นลูกคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง ทั้งหมด 6 คนของพ่อสุเทพแม่จินดามลิซ้อน ซึ่งเป็นชาวบ้านหนองเหล็กตำบลเมืองลีง อำเภอจอมพระจังหวัดสุรินทร์คุณพ่อรับ ราชการเป็นครูใหญ่ส่วนคุณแม่ก็เป็นครู เช่นกันไพศาลมลิซ้อนจบการศึกษาชั้นมศ 3 จากโรงเรียนจอมพระประชาสรรคตำบลจอมพระ อำเภอจอมพระจังหวัดสุรินทร์ระหว่างที่ เรียนอยู่นั้นนอกจากเป็นคคชอบร้องเพลง แล้วเขายังโดดเด่นด้านกีฬาคือได้เล่น ฟุตบอลตำแหน่งผู้รักษาประตูถึงขั้นเคยติด

ทีมฟุตบอลจังหวัดสุรินทร์ด้วยนอกจากนี้ เขายังชอบชกมวยและเคยชกมวยหลายครั้งเล่า กันว่าด้วยความที่เขาทำได้ดีทั้งการชกมวย และการร้องเพลงในงานวัดงานหนึ่งหลังจาก เขาประกวดร้องเพลงแล้วก็มาขึ้นต่อยมวยใน อีกเวทีหนึ่งในงานเดียวกันหลังจากเรียนจบ มศ 3 ไพศาลมลิซ้อนก็ไปสอบเข้าโรงเรียน ทหารอากาศตามที่ใจเขาใฝ่ฝันแต่ปรากฏว่า เขาสอบไม่ผ่านครั้นจะไปสอบเป็นครูก็รู้ สึกว่าไม่ถนัดเขาจึงตัดสินใจไม่เรียนต่อ หันมาทำงานเลี้ยงตัวดีกว่าโดยแรกเริ่มเขา ไปทำงานเป็นคนงานลกอวนอยู่แถบสงขลา ปัตตานีได้ปีเศษนี่คือชีวิตตังเกที่เขา เคี่ยวกรำจากประสบการณ์ตรงจากนั้นก็ไปรับ

จ้างปลูกมันสัมปะหลังอยู่ 3 เดือนแล้ว เปลี่ยนแนวไปช่วยทำอาหารที่พัทยาพอทำ อาหารได้คล่องขึ้นเขาก็ยกระดับเป็นกุ๊ก อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่อยู่ไม่นานก็ย้อน กลับมาทำงานเป็นเชฟที่พัทยาอีกครั้งก่อน จะลงเอยเป็นเชฟประจำอยู่ที่โรงแรม แอมบาสเดอร์ย่านสุขุมวิทกรุงเทพฯซึ่งโรง แรมนี้เองนักร้องชื่อดังแสงสุรีรุ่งโรจน เคยมาทำงานประจำอยู่ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ นี้เองที่หนุ่มไพศาลมลิซ้อนซึ่งชอบร้อง เพลงเล่นอยู่บ่อยๆจนพรรคพวกเห็นว่าเสียง ดีลีลาเข้าท่าได้พบกับผู้สนับสนุนให้เขา ได้เป็นนักร้องสมใจนั่นก็คือคุณสำอางที่ ทำงานร่วมกันโดยได้เพลงจากอรุณยอดปรีดา

ซึ่งเป็นนักแต่งเพลงหน้าใหม่ในช่วงนั้น การบันทึกแผ่นเสียงของนักร้องหน้าใหม่ เป็นการลงทุนทำกันเองผู้ที่เรียบเรียง เสียงประสานให้ก็คือครูสมัครวงสาโรจเพลง แรกที่ประเดิมตัดแผ่นเสียงออกมาก็คือเพลง น้ำตาตังเกแต่งโดยอรุณยอดปรีดาและหนุ่ม ไพศาลมลิซ้อนได้รับการตั้งชื่อนักร้องว่า จตุพรเพชรสยามพอได้แผ่นเสียงออกมาชาวคณะ ก็วางแผนโปรโมทกันเองโดยมีคุณพนมสุงแสง นักจัดรายการวิทยุสถานีวิทยุญานเกราะ 540 บางกระบือกรุงเทพฯซึ่งคุ้นเคยกับแสงสุรี รุ่งโรจผู้เคยทำงานอยู่โรงแรมแอมบาสเดอร์ มาก่อนช่วยวิ่งเต้นและเปิดเพลงน้ำตาตังเก ให้อย่างเต็มที่ปรากฏว่าเพลงนี้กลายเป็น

เพลงดังได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 2522 โดยเฉพาะเหล่าทหารเรือหรือแม้กระทั่ง เหล่าทหารอื่นๆก็ชอบนำเพลงนี้ไปให้ทหาร ใหม่และทหารเก่าฝึกร้องขณะออกกำลังกายทุก เช้าเย็นกวงออกไปแสนจะไกลถิ่นไม่เจอะแผ่น ดินหากินกลางทะเลเปลี่ยวอุราแสนจวาเวเขา เรียกตังเกเเร่จับระโดนคลื่นโดนลมโถม กระหน่ำบางครั้งเรือจมคว่ำก็ต้องนองน้ำ ตาความนิยมที่สูงริ่วของเพลงน้ำตาตังเก ขับร้องโดยจตุพรเพชรสยามทำให้ไปเข้าตาหมอ เอื้ออารีนักปั้นชื่อดังจากแผ่นเสียงที่ ตอนแรกทำกันเองก็ได้เปลี่ยนมาเป็นตราแผ่น เสียงของหมอเอื้อเมื่อวันที่ 5 กันยายนปี 2522 ความโด่งดังขึ้นมาอย่างพรวดพราดของ

เพลงน้ำตาตังเกส่งผลให้จตุพรเพชรสยามได้ ตั้งวงดนตรีขึ้นในปี 2523 เพื่อเรินสาย รับงานทางภาคใต้ซึ่งอุดมไปด้วยแฟนเพลงชาว ตังเกโดยใช้วิธีการเช่าเครื่องเสียงรถบัส รถ 6 ล้อและอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการเดิน สายทุกอย่างแต่น่าเสียดายที่วงดนตรีของ จตุพรเพชรสยามยืนระยะอยู่ได้ไม่นานนักก็ ต้องล้มวงเพราะประสบปัญหาขาดทุนรายรับได้ ไม่ดีเท่ารายจ่ายที่ต้องเช่าเขาแทบทุก อย่างนอกจากเพลงตังเกแล้วจตุพรเพชรสยาม ได้บันทึกแผ่นเสียงไว้อีกหลายเพลงเช่น เพลงเสียงครวญจากชาวนาแต่งคำร้องทำนองโดย ครูอรุณยอดพีาดนตรีโดยครูสมัครวงสาโรจอก เอชาวนาไทย่าดำกล้าทำนาไม่ได้วางเว้นเจ็บ

อุราน้ำตากระเซ็นความจำเป็นโหมีใครเห็น หัวอกเอา บุญเพลงฝากเพลงกล่อมนางเพลงฝนลาหน้าหนาว เพลงหนาวแล้วแฟนเพลงเสน่ห์สาววัยรุ่นเพลง เอื้องอีสานอีสานแดนไทยหากใครได้ไปบ่ ลืมเสียงแคนแสนปลื้มดูดดื่มอ้ายลืมบ่ หลงและเพลงกาคู่กาเป็นต้นอย่างไรก็ตามนอก จากเพลงตังเกที่โด่งดังชนิดแทบไม่ทันตั้ง ตัวแล้วเพลงอื่นๆของจตุพรเพชรสยามก็ไม่ ค่อยได้รับความนิยมในระดับใกล้เคียงกัน นักหลังจากวงดนตรีของเขาต้องล้มเลิกและ เพลงอื่นๆที่ออกตามมาไม่ค่อยเข้าเป้านัก ช่วงหนึ่งจตุพรเพชรสยามจึงถอยห่างจากวง การเพลงไปเป็นพ่อครัวอาหารยุโรปที่ ซาอุดิอาระเบียอยู่ถึง 3 ปีเมื่อเดินทาง

กลับไทยเขาก็ยังเอาดีกับงานด้านการปรุง อาหารโดยเป็นเชฟอาหารยุโรปประจำโรงแรมใน หลายๆจังหวัดจวบจนใกล้วาระสุดท้ายของ ชีวิตเนื่องจากจตุพรเพชรสยามเป็นนักดื่ม ตัวจกาศคนหนึ่งและไม่ค่อยชอบทานข้าวนักทำ ให้เขาจากโลกนี้ไวไปสักหน่อยจตุพร เพชรสยามเสียเสียชีวิตจากโลกสุราาเรื้อ รังในวัย 53 ปีเมื่อราวๆปี 2545 แต่ก็ได้ ฝากผลงานเพลงน้ำตาตังเกและเพลงอื่นๆไว้ ให้แฟนเพลงได้ฟังสืบไปออกจากนร้ากลับมา มหาชัยใจพี่คิดถึงเจ้าโอแม่เอว บางน้องนางไม่ แลงนั่งรถติด แอร์เสียงแหวเชียวน เจ้าพอได้กินแกง หมูลืมปลาทูเหม็น ข้าวน้องลืมเรือลำ เก่าเคยพาเจ้าออกเลกนี่แลละนาเขวนารี 15

วันเท่านี้แม่ก็ทำเซเพลเลิกกันทีนะแม่ ร้อยเล่เหมือนกับทะเลไม่อิรักใครคืนพระ วงศ์แล้วต้องอกหักเธอไม่รักเธอไม่สนก็ไอ้ คนอย่าง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *