ดับอนาถ ! นักร้องดังถูกรถชนขณะข้ามถนนจะกลับบ้าน😭 ( ประวัติ เตือนใจ บุญพระรักษา )
น่าเสียดายไม่น่าอายุสั้นนักร้องดัง เคราะห์ร้ายถูกรถชนดับขณะข้ามถนนจะกลับ บ้าน ชีวิตของเธอช่างเตรียมสีสันสลับฉากดีและ ร้ายไม่ต่างจากตัวละครในนิยายต่างเพียง แค่นี่คือชีวิตจริงของคนดังในยุคก่อนวัย เด็กของเธออาภัพเป็นเด็กกำพร้าละต้องอยู่ บ้านราชวิถีซผ่านห่วงชีวิตสีหม่นดิ้นรนจน เติบโตมาได้เป็นนักร้องดังผ่านราม่าหลาย ครั้งขนาดชีวิตกำลังไปได้ดีความฝันอีกละ รอบของเธอกำลังจะเป็นจริงโดยที่ไม่มีใคร คาดฝันชีวิตของเธอก็พลันจบสิ้นลงด้วย อุบัติเหตุถูกรถปิคอัพชนขณะเดินข้ามถนน จรัญสนิทวงศ์บริเวณโรงไม้เสริมรุ่งเรือง
เธอเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 11:30 5 นาทีของวันที่ 27 ธันวาคมปี 2533 นัก ร้องคนดังผู้นี้มีชื่อว่าเตือนใจบุญพระ รักษาเป็นนักร้องรุ่นเดียวกับบุปผาสายชล เพลงเด่นของเธอได้แก่เพลงขงเบ้งดูดาวซึ่ง ได้เข้ารอบสุดท้ายของการประกวดเพลงเสา อากาศทองคำที่สถานีวิทยุเสียงสามยอดเมื่อ ปี 2521 อีกเพลงที่สร้างชื่อของเธอคือ เพลงแสนเมาที่ร้องว่าวันทั้งวันน้องเห็น พี่กินแต่เหล้าเพลงอื่นๆเช่นเพลงคนดื้อ เข้าเข้าออกออกกลืนบ่ลงอีสานพลัดถิ่น หนุ่มโสดน้ำตาน้ำตาหญิงเป็นต้นขอเชิญติด ตามชีวิตที่มากสีสันเค้าด่ามากมีหัก เลี้ยวหักศอกหลายครั้งของเธอได้เลยครับ
อาจารย์สัมพันธ์พัทลุงในเรียบเรียงเส้น ทางชีวิตเตือนใจบุญพระรักษาไว้ดังนี้ เตือนใจบุญพระรักษามีชื่อจริงว่าเตือนใจ ขณะนุกูลมีชื่อเล่นว่าแต๋วเกิดเมื่อวัน ที่ 10 เมษายนปี 2489 ปีระกาที่บ้าน หนองโพธิ์อำเภอบ้านโป่งจังหวัดราชบุรีคุณ พ่อชื่อไล่แม่ชื่อขาวขณะนุกูลมีพี่น้อง 4 คนเธอเป็นคนสุดท้องจบการศึกษาชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนสารสิทธิ์ อำเภอบ้านโป่งจังหวัดราชบุรีครอบครัวของ เธอมีอาชีพทำนาชีวิตในวัยเด็กของเธอค่อน ข้างจะอาภัพเพราะคุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่ เธอยังเล็กพี่ชายต่างมารดาชื่อเฉลียวค่ะ นุกูล n ว่าคุณแม่ของเธอคงจะต่อสู้กับ
ภาวะความอยู่รอดไม่ไหวจึงแนะนำให้นำบุตร คนเล็กคือเธอไปฝากไว้ที่บ้านราชวิถีชีวิต ของเตือนใจขณะนุกูลจึงเริ่มต้นที่บ้าน ราชวิถีในฐานะเด็กกำพร้าในระหว่างอยู่ บ้านราชวิถีเธอก็ได้รับการศึกษาชั้นประถม เหมือนเด็กทั่วไปแต่ชีวิตที่ขาดพ่อแม่ทำ ให้เธอมีแต่ความซึมเศร้าภายในบ้านราชวิถี มีตึกสำคัญสำคัญอยู่สามตึกด้วยกันคือ อาทิตย์ทิพยอาภาวิชาเย็นและศรีสังวาลย์ ยามว่างจากเรียนเธอมักนั่งเหม่อลอยอยู่ ที่ระเบียงตึกดังกล่าวเฝ้าคุณคิดถึงใบ หน้าของพ่อแม่โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า ท่านอยู่ที่ไหนชื่ออะไรยังมีชีวิตอยู่ หรือเปล่าเธอแอบรอก็ได้บ่อยครั้งทั้งใน
ห้องนอนและระเบียงตึกจนบางครั้งครู สังวาลย์ซึ่งเป็นครูใหญ่มากให้ครูนิตยา ครูประจำชั้นมาคอยถามและปลอบใจเธอเมื่อ เธอจบการศึกษาชั้นป 4 ซึ่งขณะนั้นอายุได้ สิบขวบแล้วและกำลังจะถูกส่งให้เข้าเรียน วิชาชีพอยู่อันนั้นก็มีประกาศผ่านเครื่อง ขยายเสียงว่าเด็กหญิงเตือนใจมีผู้ปกครอง มาหาแม่กๆเธอได้ยินและก็ผ่านไปก็ไม่สนใจ อะไรเพราะชื่อเตือนใจมีอยู่ 2 คนอีกคนนึง จะมีผู้ปกครองมายืนอยู่บ่อยครั้งแต่พอถูก ประจานเรียกชื่อซ้ำๆหลายครั้งเธอจึงลงมา ดูพอลงมาถึงก็เจอครูประจำชั้นยืนอยู่กับ ผู้หญิง 1 คนผู้ชาย 1 คนพอครูแนะนำว่า เดือนใจนี่คือแม่และพี่ชายของเธอเท่านั้น
เองเธอก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่รู้ตัวทั้ง คู่โผเข้ากอดกันในความรู้สึกของเธอเหมือน ฝันไปเรามีพ่อแม่จริงๆนี่เธอคิดแบบตื้น ตันใจอย่างบอกไม่ถูกหลังจากปลอบโยนและถาม สารทุกข์สุขดิบพอสมควรคุณแม่กับพี่ชายของ เธอก็กลับรุ่งเช้าท่านก็มารับเธอกลับบ้าน หนองโพจังหวัดมีบุหรี่ชีสของเธอกลับมามี ครอบครัวที่สมบูรณ์ตั้งแต่วันนั้นเมื่อ กลับมาอยู่ที่ราชบุรีคุณแม่ก็ส่งให้เธอ ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง จนจบการศึกษาชั้นม 6 ในระหว่างเรียนอยู่ ชั้นม 5 เธอได้ยินเพลงน้ำตาเมียหลวงของ ผ่องศรีวรนุชซึ่งมาทำการแสดงที่บ้านโป่ง โดยผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุทำให้
เธอชื่นชอบและแอบฝึกร้องเพลงน้ำตาเมีย หลวงตลอดมาจนบางครั้งลองร้องให้เพื่อนๆ ฟังเพื่อนๆชื่นชมบอกว่าเสียงดีทำให้เธอ เก็บความภาคภูมิใจเอาไว้จนเมื่อเธอเรียน จบชั้นม 6 ก็ไปสมัครสอบเป็นพยาบาลที่โรง พยาบาลหัวเฉียวเธอสอบติดแล้วแต่ก็ลังเลใจ ไม่รู้จะหาทุนรอนจากไหนเป็นค่าเล่าเรียน เธอเคยเล่าถึงชีวิตก่อนเป็นนักร้องใน นิตยสารราชาเสียงทองไว้ดังนี้แต่ว่าพับมา แต่เด็กๆกำพร้าพ่อต้องไปอยู่บ้านราชวิถีซ ออกจากบ้านราชวิถีเมื่ออายุประมาณ 10 ขวบ ก็มาเรียนหนังสือหรืออยู่ที่โรงเรียนรัตน ราชบุรีที่บ้านโป่งจังหวัดราชบุรีบ้าน เกิดของเจ้าเองเรียนจบม 6 ก็ไปก็เข้า
พยาบาลผ่านข้อเขียนแล้วเกิดมานึกท้อใจว่า ตนกำพร้าพ่อถ้าเรียนต่อไทยเราจะเป็นผู้ ทรงเสียเลยตัดสินใจไม่เรียนเป็นคนว่างงาน อยู่พักนึงจนได้เจอกับครูสุรพลสมบัติ เจริญชีวิตก็เลยแปรเปลี่ยนไปเตือนใจกล่าว ช่วงนั้นดนตรีของสุรพลสมบัติเจริญไปทำการ แสดงที่โรงภาพยนตร์เฉลิมทองคำอำเภอ บ้านโป่งจังหวัดราชบุรีพี่ชายของเพื่อน ที่สุนิตย์ซึ่งเป็นผู้รู้จักมักคุ้นกับ ครูสุรพลเป็นอย่างดีก็พาเตือนใจไปฝากกับ ครูสุรพลที่หลังเวทีครูสุรพลจึงให้ร้อง เพลงให้ฟังเธอร้องเพลงน้ำตาเมียหลวงที่ ถนัดครูสุรพลได้ฟังแล้วก็ชื่นชอบจึงรับ เป็นนักร้องประจำวงตั้งแต่คืนนั้นและให้
เธอขึ้นร้องโชว์หน้าเวทีด้วยปรากฏว่าได้ รับเสียงเชียร์จากแฟนแฟนชาวบ้านโป่งอย่าง เนืองแน่นเตือนใจจึงเก็บเสื้อผ้าเข้ามา เป็นนักร้องพระจำบุรุษรีครูสุรพล สมบัติเจริญตั้งแต่คืนนั้นครูสุรพลตั้ง ชื่อให้เธอว่าเตือนใจบุญพระรักษาโดยเอา นามสกุลของพี่เขยซึ่งเป็นสามีของพี่สาวคน โตมาเป็นชื่อสกุลมงคลในการเป็นนักร้องไม่ กล้าใช้นามสกุลของตัวเองครัวแม่และญาติ พี่น้องตามนี้คือออกร้องเพลงหน้าวิธี ครั้งแรกที่อำเภอพานทองจังหวัดชลบุรีโดย ร้องเพลงน้ำตาเมียหลวงเช่นเคยแต่การร้อง หน้าเวทีครั้งแรกกับวงเธอร้องล่มแต่ก็แก้ ปัญหาด้วยการแกล้งทำเป็นไอเพราะลงจากเวที
ครูสุรพลออกปากชมว่าเธอแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้เก่งมากอยู่ไม่นานครูสุรพลก็ให้ร้อง เพลงบันทึกเสียงครั้งแรกในเพลงสัญญาสอง ข้อตามด้วยอดีตรักที่ไม่ลงทั้งสองเพลงนี้ ทำให้เตือนใจบุญพระรักษาโด่งดังไปทั่ว ประเทศทันทีหลังจากนั้นก็ได้บันทึกเสียง ออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นเพลงกลับเถิดพี่ จ๋าเตือนใจเสี่ยงรักสาวชาวนาสะทารักจากใจ อยู่กับวงครูสุรพลสมบัติเจริญก็มีโอกาส ได้รู้จักใกล้ชิดกับยงยุทธเชี่ยวชาญชัย คอยช่วยเหลือกันเห็นอกเห็นใจกันจนกลาย เป็นคนรักกันในที่สุดต่อมาครูสำเนียงม่วง ทองได้แยกตัวออกไปตั้งนนทบุรีของตัวเอง ชื่อวงรวมดาวกระจายก็ได้ชวนยงยุทธเชี่ยว
ชาญชัยและครูพีรที่จะขอไปร่วมทำบุญด้วย กันเมื่อไม่มียงยุทธเชี่ยวชาญชัยซึ่งเป็น คนรักคอยดูแลวันหนึ่งเธอถูกต้องร้องชายใน วงคนหนึ่งกลั่นแกล้งรังแกเธอโกรธมากจึง ทั้งปากด่าว่าใบแต่นะร้องคนนั้นกลับไป ฟ้องครูสรุปพลแบบใส่ร้ายว่าเธอด่าลามปาม ไปถึงครูสุรพลว่าไอ้พวกหมาหมู่ซึ่งไม่ เป็นความจริงวันหนึ่งตอนดนตรีไปทำการแสดง ที่จังหวัดขอนแก่นขณะนั้นคือนั่งคุยอยู่ กับภาวนาชบาไพรครูสุรพลได้เรียกเธอเข้าไป ต่อว่าทำให้เธอน้อยใจมากจึงขอลาออกจากวง และเดินทางกลับกรุงเทพฯคนเดียวในวันนั้น เลยจุดนี้เธอให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อแต๋ว เริ่มมาเป็นนักร้องประจำวงครูสุรพลก็ไปมา
ๆคือเลิกจากร้องเพลงแล้วก็กลับบ้านตอน หลังครูสุรพลให้ไปอยู่บ้านครูเพราะสงสาร ที่เป็นลูกผู้หญิงคนเดียวไปๆมาๆจะไม่ปลอด ภัยเมื่อมาอยู่กับครูสุรพลก็ไม่ได้อยู่ เฉยๆช่วยครูทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เรียก ว่าทำหน้าที่แม่บ้านอยู่กับครู 3 ปีมี เพลงที่อัดแผ่นเสียงคือเพลงที่ครูสุรพล แต่งให้ร้อง 2 เพลงและเพลงที่ครูมีสีม่วง ทองแต่ง 2 เพลงคือเพลงศรัทธารักจากใจและ เตือนใจเสี่ยงรักตอนหลังเกิดมีเรื่องกิน เกี่ยวกับน้องชายครูสุรพลเลยต้องออกจาก บ้านครูหลังจากนั้นเธอก็ตามยงยุทธเชี่ยว ชาญชัยไปอยู่กับครูสำเนียงม่วงทองแห่งวง ดนตรีรวมดาวกระจายในเวลาเรียกกันไพรวัลย์
ลูกเพชรและวิภารัตน์เปรื่องสุวรรณก็ออก จากโรงครูสุรพลตามไปอยู่ด้วยเพลงดังของ เตือนใจบุญพระรักษาในยุคที่อยู่กับวงกลม ดาวกระจายที่เรารู้จักกันดีคือเพลงโศก สำรอยซึ่งร้องแก้กับเพลงใต้เงาโศกของ ไพรวัลย์ลูกเพชรยงยุทธและเกลื่อนใจร่วม งานอยู่กับครูสำเนียงได้ประมาณ 2 ปีก็ออก ไปตั้งวงเป็นของตัวเองมีเพลงดังในยุคที่ ตั้งวงเองคือเพลงอีสานพระถิ่นหนุ่มโสดน้ำ ตาน้ำตาหญิงแต่ตั้งวงอยู่ได้ไม่นานก็ต้อง ยุบสาเหตุเพราะยังยุสุขภาพไม่ค่อยดีทำวง ต่อไปไม่ไหวจังหวะนั้นครูจำรัสวิภาตะวัติ หัวหน้าดนตรีชมศิลปินแห่งสถานีวิทยุอย่าง เกราะขวัญใจชนบทที่เคยชื่นชอบน้ำเสียงของ
เตือนใจมานานได้ชัดชวนให้ไปอยู่ด้วยเพื่อ ที่จะสินใจไปอยู่กับครูจำรัสวิภามีส่วนยง ยุทธก็ไปอยู่กับไวพจน์เพชรสุพรรณทำให้เขา ทั้งสองต้องแยกทางกันตั้งแต่วันนั้นเตือน ใจบุญพระรักษาอยู่กับครูจำรัสได้นานครู จำรัสก็ออกทุนตั้งดนตรีให้มีนักร้องร่วม วงหลายสิบชีวิตหนึ่งในนั้นก็มีพรไพร เพชรดำเนินร่วมอยู่ด้วยในยุคตั้งวงของเธอ เองมีเพลงดังออกมามากมายเช่นเพลงแสนเมาคน ดื้อเข้าออกลืมบ่ลงขงเบ้งดูดาวโดยเฉพาะ เพลงของเท่งดูดาวที่ครูทินกรที่พม่าแต่ง ให้เธอร้องได้เข้ารอบสุดท้ายของการประกวด เพลงเสาอากาศทองคำที่สถานีวิทยุเสียง สามยอดเมื่อปี 2521 แต่ว่าในรอบชิงชนะ
เลิศเพลงนี้แพ้เพลงเจ้าน้ำตาซึ่งแต่งโดย ครูไพบูลย์บุตรขันร้องโดยยุทธถึงแท้ทอง เนื่องจากกรรมการเห็นว่าเพลงของเพ่งดูดาว มีคำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศอยู่ด้วยคือคำ ว่าสีเลี้ยวเราเตือนใจบุญพระรักษานำดนตรี เดินสายรัดใช้แพนเพลงอยู่ประมาณ 4-5 ปีก็ ต้องแยกทางกับครูจังหวัดที่พาธวัชทำให้ เธอตัดสินใจประกาศยุบวงหลังจากนั้นก็ผ่าน ไปร้องอ่านแล้วสนุกๆจังหวะเร้าใจตาม ไนต์คลับโดยแต่งกายรัดรูปนุ่งกางเกงขา สั้นใส่รองเท้าบูทคาดเข็มขัดที่เขาเรียก กันว่าฮอตแท่นโดยยึดตามแนวเพื่อนคือวิภา รัตน์เครือสุวรรณซึ่งตอนนั้นร้องประจำ อยู่ที่ร้านโดเรมีแถวอนุสาวรีย์
ชัยสมรภูมิ Lolita แถวราชดำเนินและ satie บองแถวสาทรซึ่งทั้ง 3 แห่งเป็นไนท์คลับ ชื่อดังของคุณสุรพลพรทวีวัฒน์คนดังแห่ง หนังสือพิมพ์ไทยรัฐส่วนเตือนใจบุญพระ รักษาจะร้องประจำอยู่ที่ Star Wars สาธุประดิษฐ์ร้านนิวสันซอยอโศกแต่ส่วนมาก เจ้าภาพจะชอบใจในลีลาเต้นของเธอทั้งสอง จึงมักจะรับงานให้ไปร้องเต้นคู่กันอยู่ เสมอทำให้เธอทั้งสองกลายเป็นอีสาวฮอตแทน ระดับ superstar ของเมืองไทยหลังจากงาน ด้านในขับเริ่มสาดเธอก็ไปขึ้นบนหรืออีก ครั้งเริ่มจากเป็นตัวยืนให้กับคนดนตรีลูก ทุ่งหญิงของสินจิตรกรหลังจากนั้นก็ไปอยู่ กับวงหรือดอกสะเดาทำจากนั้นมาอีก 2-3 ปี
ได้ข่าวเธออีกครั้งเพื่ออยู่ในความ อุปการะของเสี่ยเจียงสมศักดิ์เตชะรัตน ประเสริฐมีผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดังแห่ง ไฟว์สตาร์ในช่วงนั้นเธอมีบ้านพักอยู่ที่ เลขที่ 564 หมู่บ้านชลนิเวศน์ริมคลอง ประปาประชาชื่นเขตดุสิตจากนั้นที่เสียง ของเธอก็เริ่มห่างหายไปจากวงการแต่เธอยัง คงสนุกอยู่กับการเพลงและเธอมีความฝันที่ จะทำห้องอาหารและเป็นนักร้องประจำห้อง อาหารของตัวเองและฝันที่จะนำเพลงเก่าๆของ ตัวเองที่เคยฮิตในอดีตมาทำดนตรีใหม่ว่า กันว่าฝันของเธอกำลังจะเป็นจริงแต่แล้ว เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปี 2533 แฟนเพลงก็ ได้สร้างข่าวร้ายของเธอซึ่งเป็นข่าวเศร้า
ที่ไม่มีใครอยากได้ยินเมื่อเวลาประมาณ 11:30 นขนาดเตือนใจบุญพระรักษาจะกลับ บ้านเธอข้ามถนนจรัญสนิทวงศ์บริเวณโรงไม้ เสริมรุ่งเรืองระหว่างปากซอยจรัญ 69-71 แขวงบางพลัดเขตบางกอกน้อยกรุงเทพฯก็ได้ ถูกรถปิคอัพชนเข้าอย่างจังเป็นเหตุให้เธอ เสียชีวิตลงนางสาวสาลี่สาวของนักร้องดัง เผยว่าวันนั้นเตือนใจนำรถยนต์ส่วนตัวไป ซ่อมที่อู่อู่แถวอย่างที่เกิดเหตุและก็ หายไปเลยมาเต็มเรื่องตอนที่ตำรวจสน.
บางพลัดโทรศัพท์มาบอกไม่มีใครคาดคิดหรอก ค่ะว่าแกจะด่วนเสียชีวิตรวดเร็วอย่างนี้ เพราะก่อนหน้านั้นเตือนใจกำลังวิ่งเต้น ประสานกับนักแต่งเพลงเพื่อเอาเพลงเก่ามา ร้องใหม่มีคุณเปี๊ยกจากอนุทินคู่ชีวิตและ คุณสัตว์ชัยสิทธิ์ประเสริฐแห่งบันเทิงทอง ช่วยกันผลักดันและยังมีคุณประยงค์ชื่น เย็นนักดนตรีที่ช่วยเหลือเธอเต็มที่เพื่อ เอาเพลงต่อมาอัดใหม่ทุกคนบ่นเสียดายเหลือ เกินไม่น่าอายุสั้นเลยนะเป็นข่าวเศร้าของ วงการเพลงอีกครั้งหนึ่งที่ต้องสูญเสียนัก ร้องสาวระดับคุณภาพคนหนึ่งของเมืองไทยไป อย่างไม่มีวันกลับเตือนใจบุญพระรักษาเสีย ชีวิตขณะอายุได้ 46 ปีเท่านั้นเองเธอสมรส
กับครูจำรัสวิภาตะวัติมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือปกรณ์วิภาตะวัติหลังจากครูจำรัสวิภาวะ เสียชีวิตเธอก็คลองตัวเป็นหม้ายเรื่อยมา จนกระทั่งเสียชีวิตนี่คือชีวิตเปลี่ยนสี สันของนักร้องหญิงผู้หนึ่งที่มีชื่อจารึก อยู่ในวงการเพลงลูกทุ่งและฝากผลงานรอยทาง ชีวิตให้คนรุ่นหลังได้ฟังเพลงและเรียนรู้ ชีวิตผ่านประสบการณ์ของท่านเดือนขอให้คุณ พระรักษาเทวดา
