ข่าวด่วน! “พี่อ้อย” ความลับที่น่าตกตะลึง
ยิ่งกว่าคำพูดเดี๋ยวความจริงที่มีหนึ่ง เดียวจะปรากฏชัดเจนเองคุณต้องยอมรับข้อ เท็จจริงให้ทีไม่มีใครชอบคุณเลยงนี่ เดี๋ยวไม่มีใครยังไม่ต้องถึงตัวคดีความ ที่อยู่กองปราบวันนี้ผมเปิดเผยเอกสารชิด หนึ่งที่หลายๆคนเฝ้ารอและยังไม่มีใครเปิด เผยมาก่อนตามผมมาครับเอกสารชิ้นนี้คือ สัญญาและหลักฐานสำคัญในการจ้างที่ปรึกษา ดูแลผลทางธุรกิจระหว่างคุณจตุพรเลิศอุบล กับบริษัทสิธาลอเฟิมท่านผู้ชมครับเป็น สัญญาระหว่างคุณจตุพรพี่อ้อยกับิาฟิ เอกสารชิ้นนี้ถูกอ้างอิงอยู่ในจากใบ บันทึกคำให้การผู้กล่าวหาหรือใบแจ้งความ ของคุณจพรอุบลเลิศเมื่อวันที่ 19 กันยายน
2567 พี่อ้อยมอบหน้าทนายความไปแจ้งแจ้ง ความต่อนายสิทธาหรือตั้เบี้ยเเกิดต่อ สถานีตำรวจภูธรปากช่องอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาโดยนายใบแจ้งตามระดับ เหตการสรุปสาคำสรุปสสาระสำคัญได้ดังนี้ ลำดับเหตุการณ์เมื่อต้นปี 2565 หรือ ประมาณ 2 ปีกว่าที่แล้วหลังจากคุณจรุงพร พี่อ้อยซึ่งรู้จักทนายตั้มสิทธาผ่านช่อง ทางทาง Facebook ทางโซเชียล Media ได้ติด ต่อทนายตั้มโดยพี่อ้อยจพรอุบลเลิศได้ว่า จ้างบริษัทสิทธาเฟิมให้เข้ามาเป็นที่ ปรึกษาทางกฎหมายและที่ปรึกษาในกิจการหรือ ธุรกิจอยู่ในประเทศไทยรวมทั้งกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุตรชายของพี่อ้อยโดย
เป็นสัญญาจ้างที่ปรึกษาและดูแลผลประโยชน์ ทางธุรกิจจกัดทำขึ้นมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน 265 มีทนายตั้มสิทธาและพี่อ้อยจพร ลงนามกันผมเอาสัญญาออกมาให้ท่านผู้ชมได้ ดูนะฮะ [เพลง] ว่าที่เป็นของจริงไม่ใช่ของกลองทนายของ ผู้เสียหายพี่อ้อยจพรได้ให้ปากคำถึง พฤติการของทนายตั้มเริ่มจากคุณอ้อย้วยว่า ้างบริษัทสิชาเฟิมจำกัดของทนายตามเป็นที่ ปรึกษากฎหมายดูแลผลประโยชน์ทางธุรกิจญญา ตกลงกันค่าจ้างเดือนละ 300,000 บาทหลัง จากที่ว่าจ้างกันแล้วก็ไปมาหาสู่ดูแลกัน ฉันมิตรจนเกิดความไว้วางใจและเชื่อใจต่อ ตัวทนายตั้มและภรรยาผู้เสียหายจะให้ดูการ
ดูแลการเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับท่อง เที่ยวของทนายตั้มและครอบครัวหลายต่อหลาย ครั้งประเด็นครับท่านผู้ชมสิ่งที่น่าสนใจ ของสัญญาฉบับนี้และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เชื่อมโยงคืออะไรรู้มั้ยครับท่านผู้ชมผม จะบอกให้ฟังประเด็นแรกสัญญาฉบับนี้มีระยะ เวลา 1 ปีเริ่มบังคับใช้และมีการจ่ายเงิน ค่าจ้างเดือนละ 300,000 บาทในเดือนเมษายน 2565 ประเด็นที่ 2 มีการจ่ายเงินค่าจ้าง งวดสุดท้ายเมื่อเดือนมีนาคม 2566 เนื่อง จากฝั่งคุณสุพรพี่อ้อยเห็นว่าจ่ายเงินค่า จ้างเดือ 300,000 บาทแต่สำนักทนายความของ ทนายตั้มกลับไม่ได้ทำอะไรสมกับค่าจ้างได้
รับไปแถมระหว่างนั้นก็ยังขนครอบครัวไป ต่างประเทศแทบทุกเดือนไปพักโรงแรมหรูๆ แล้วให้เขาจ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ประเด็นที่ 3 ต่อมาเมื่อถึงปี 2500 ต้นปี 267 ฝัคุณจตุพรพี่อ้อยได้ทำจดหมายบอก เรื่องสัญญาจ้างที่ปรึกษายเป็นทางการไป อีกรอบพร้อมกับย้ำว่าให้ระงับการอ้างอิง หรือนำเอกสารต่างๆที่พี่อ้อยให้ไว้ไม่ว่า จะเป็นบัตรประชาชนหรือหนังสือมอบอำนาจไป ดำเนินการใดๆประเด็นที่ 4 ท่านผู้ชมครับ ประเด็นนี้น่าสนใจมากแทนที่ฝ่ายทนายตั้ม สิทราจะระบุ ให้ฝั่งพี่อ้อยจตุพรรับโอนเงินค่าจ้าง จำนวน 300,000 บาททุกเดือนไปที่บัญชี บริษัทสิทธารอเฟิงจำกัดที่ระบุอยู่ใน
สัญญาสิทธากลับให้โอนเงินค่าจ้างตญาไปที่ บัญชีบุคคลอื่นที่ชื่อปิณฑิรากิวซึ่งเปิด บัญชีออมทรัพย์ไว้ที่ธนากสิกรไทยสาขา กระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาครแล้วทุกเดือนุ เดือนในช่วง 1 ปีนั้นหลักฐานการเงินระบุ ชัดเจนว่าฟัพี่อ้อยไม่เคยโอนเงินข้าว บริษัทข้าบริษัทสิทธารอเฟิร์มเลยแต่โอน เข้าบัญชีของบุคคลที่ชื่อปิทิรากิวโดย ตลอดที่สิทธาระบุว่าให้โอนมาที่นี่แทน ท่านผู้ชมลองดูผมเอาให้ดูนะฮะเอกสารต่างๆ ท่านผู้ชมได้เห็นหรรือยังครับมีให้ดูหมด ครบท่านผู้ชมแต่ประเด็นที่น่าสนใจเมื่อ เราไปเปิดดูงบการเงินบริษัท Law เฟิร์ม ที่คุณสิทธาอ้างมีรายได้เยอะปีละ 20 ล้าน
บาทเพราะรับงานว่าความเยอะแต่ในความเป็น จริงคือบริษัทสิธา LA เฟิมจำกัดจดทะเบียน 25 กันยายน 2561 เดิมชื่อบริษัท Wisdom law Firm จำกัดทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่อาคาร Empire ทาเวอร์ถนนสาธร แจ้งงบการเงิน 5 ปีย้อนหลังระหว่างปี 262 มีรายได้รวมประมาณ 37 ล้านบาทมีรายได้ดี อยู่ปีเดยว 2565 ซึ่งมีรายได้รวม 21.
9 ล้านบาทส่วนก่อนหน้านั้นรายได้อยู่ใน ประมาณระดับ 2 ล้านบาทและกำไรเล็กๆน้อยๆ ขาดทุนมากกว่า 2562 รายได้ 2 ้าน 300,000 กว่าบาทกำไร 190,000 กว่าบาท 63 รายได้ 2 ล้านบาทขาดทุน 1 ล้านบาท 64 รายได้ล้านแสนบาทกำไร 41,000 กว่าบาทราย ได้ปี 65 กำรายได้ 21 ล้านบาท 990,000 บาทกำไร 300,000 บาทปี 66 ปีที่แล้วราย ได้ 9 ล้านกว่าบาทแต่ขาดทุน 5 900,000 กว่าบาทเรียกได้ว่าตั้งแต่คุณสิทธาเปิด บริษัทสิทธารอเฟิร์มมาขัดทุนมากกำไรตัว เลขเป็นตัวแดงติดลบ 23 ล้านบาทซด้วยซ้ำก็ เลยไม่น่าแปลกใจว่าหลายคนถามว่าคุณสิทธา เอาเงินที่ไหนไปซื้อบ้านราคาหลายสบล้านมี
รถหรูอีกหลายคันสวมนาฬิกาหรูเสื้อ แบรนด์เนมอีกเพียบส่วนคุณไปเที่ยวเมือง นอกบ่อยๆนั้นคุณรู้แล้วใช่มว่าคุณใช้เงิน ของพี่อ้อยนั่นเองผมเอารถให้ดูนะฮะปอเช คเยนที่นายทตั้มขับมาที่กองปราบวันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน 2567 รถหรูราคาแพงที่นาย สิทธาใช้อยู่นั้นซื้อด้วยเงินสดแต่ไม่มี ชื่อนายสิทธาเป็นเจ้าของเลยแม้แต่คัน เดียวอนุมานใช่มั้ยครับคุณสิทธาว่าคุณ กำลังซ่อนเร้นเรื่องเงินก้อนนี้อยู่โดย ที่ให้คนอื่นมาเป็นเจ้าของรถแทนคุณมัน เป็นวิธีการง่ายๆของคนที่ชอบฟอกเงินใน อดีตด้วยเหตุนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี จึงชี้เห็นว่าการกระทำของทนายตั้มในการ
รับค่าจ้างที่ปรึกษาพี่อ้อยแต่กลับโอน เงินเข้าคนอื่นในทางกฎหมายมันเข้าข่าย เลี่ยงภาษีอย่างชัดเจนคุณสิธาวันนี้ สรรพากรก็รู้เส้นทางการเงินชัดเจนแล้วนะ ครับว่าเงินไม่ได้เข้าบริษัท ัแอไปเข้าบัญชีบุคคลที่ชื่อนางสาวปิณฑิรา การิวคำถามต่อมามีคนถามว่าแล้วนางสาว ปิณฑิราการิวคือใครข้อมูลทางกรมพัฒนา ธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ปีที่ิรากิว ถือหุ้นบริษัทสิา LA เฟิมประมาณ 10% มา ตั้งแต่ 2565 จนถึงมกราคม 2567 ก็ยังคง ถือขุณอยู่เพิ่งออกจากการเป็นกรรมการ เมื่อกลางปี 2567 ที่ผ่านมานี้ 2 เรื่อง ราวเกี่ยวกับบุคคลปรึกษาที่รับค่าจ้างแทน
บริษัทสิทธาลเฟิร์มนั้นมีเพจ PSR ที่ไม่ กี่วันมานี้ออกมาตั้งคำถามว่าอยากให้ ตำรวจและนักข่าวตรวจสอบพี่สาวภรรยาทนาย ตั้มนางสาวปิธิรากิวซึ่งมีอาชีพคือคนใช้ กับเลี้ยงลูกนายตั้มแต่เงินบัญชีเยอะมาก 3 ถ้าย้อนไปเมื่อปีที่แล้ววันที่ 2 เมษายน คุณชูวิทกมลพิสิทธ์เคยออกมาเปิดเผยเรื่อง ราวทนายคนนึงตอนนั้นคุณชูวิทใช้หัวข้อ อย่างงี้ครับข่าวด่วนสัมภเวสีออกอาละวาด เนื้อหาบอกว่าทนายคนดีชอบแถลงข่าวช่วย ประชาชนรวยแค่ข้ามคืนจนคนสงสัยไปช่วยทำไม รวยเร็วจังที่แท้เบื้องหลังทำพนันออนไลน์ พุ้นกับเจ้าหน้าที่ DSI ตัวเจี้ยี้อายุ ประมาณ 50 ปีใช้ชื่อเว็บว่าเฮงเกมมีญาติ
ชื่อแจ็คดูแลเว็บให้มีน่าเล่าว่าความให้ แก่ตายก็ไม่มีทางได้นาฬิกาปาเต๊กเป็นถาน เสื้อตัวละแสนรถปอเชคนที่รู้ดีคือคนที่ เบื้องหลังหนุนเบื้องหลังและปกป้องก็คือ นายตำรวจใหญ่ฉายาว่าเทพจจานที่ต้องหลับตา ลงข้างนึงเพราะใช้งานเสด็จ [เพลง] กันสำนักงานทนายกำไรต่อปีเท่ารายได้ มนุษย์เงินเดือนแต่ใช้ชีวิตหรูหราฟู้ฟ้า บ้าแบรนด์เนมบ้านหลังเกือบ 100 ล้านส่ง ลูกเรียนเมืองนอกทุกครั้งไปต่างประเทศมี ลูกน้องนายตำรวจใหญ่เทพจอมารับถึงสนามบิน เข็นรถให้ช้อปปิ้งหลักล้านปนเปรอเมียภาษี ไม่เคยจ่ายเพราะเงินที่ได้แบบเทาๆเอาไป ซุกในบัญชีพี่เมียที่ชื่อปปา
นี่คือคำพูดของคุณชีวิตนะครับท่านผู้ชม ครับเรื่องนี้เป็นเหตุบังเอิญอย่างร้าย กาจหรือไม่ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวคุณชีวิต เล่าเมื่อปีที่แล้วมันช่างคล้ายๆกับทนาย แบรนด์เนมคนหนึ่งซึ่งผมไม่รู้ว่าเป็นใคร จะใช่ทนายตั้มสิทธาสำนักกฎหมายสิทธาลอ เฟิร์มกับพี่สาวภรรยาที่ขึ้นต้นด้วยปอปลา ที่ชื่อปิณฑิรากวัหรือไม่ทนายตั้มหรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบกรุณาช่วยสืบค้น ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ให้ผมหน่อยแล้วผม อยากให้กรมสรรพากรซึ่งผมจะไปยื่นเรื่อง ร้องเรียนอย่างเป็นทางการว่าคุณปิธิรา นั้นเสียภาษีเงินได้หรือเปล่าถ้าไม่ได้ เสียเลยเป็นเวลา 12 เดือนเสียภาษีย้อน
หลังประมาณเท่าไหร่และก็จะต้องถูกเบี้ย ปรับอีกเท่าไหร่อันนี้เข้าข่ายในการฟอก เงินหรือเปล่า
