หลายคนสงสัย! อะไรคือเบื้องหลังความสามารถรอบด้านของสมเด็จพระราชินีสุทิดา

ผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเคียงข้างองค์พระ มหากษัตริย์ในชุดเต็มยศท่ามกลางแดดร้อน ระอุโดยไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อยผู้หญิงคน เดียวกันนี้คือคนที่ประทับอยู่ในห้องนัก บินบังคับเครื่องบินพาณิชย์ลำยักษ์ทะยาน ขึ้นสู่ท้องฟ้าและผู้หญิงคนเดียวกันนี้ อีกนั่นแหละที่ผ่านหลักสูตรการฝึกรบพิเศษ ที่ขึ้นชื่อว่าฮารฤโหดที่สุดของกองทัพไทย คำถามคือคนๆเดียวจะสามารถมีความเชี่ยวชาญ ระดับสุดยอดในหลากหลายด้านขนาดนี้ได้ อย่างไรเบื้องหลังรอยยิ้มที่สงางามที่เรา เห็นกันบ่อยๆในข่าวพระราชสำนักซ่อนความ แข็งแกร่งความอดทนและระเบียบวินัยที่คน ธรรมดาอย่างเราฟังแล้วต้องขนลุกวันนี้

ช่องตกผลึกความคิดจะพาทุกคนไปเจาะลึกแบบ ทะลุปลุโปร่งชนิดที่ว่าคุณจะมองภาพของ สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาพัชรสุธาพิมลักษณ์ พระบรมราชินีเปลี่ยนไปตลอดกาลครับเรื่อง ราวทั้งหมดมันไม่ได้เริ่มต้นขึ้นในวังที่ หรูหราหรอกนะครับแต่มันเริ่มต้นจากจุดที่ เรียบง่ายมากๆย้อนกลับไปในวันที่ 3 มิถุนายนพ.ศักราชพ.ศ. 2521 เด็ก.

หญิงสุธิดาติดใจได้ถือกำเนิดขึ้นใน ครอบครัวธรรมดาๆดาครอบครัวหนึ่งเธอเติบโต ขึ้นมาพร้อมกับความมุ่งมั่นตั้งใจเหมือน เด็กวัยรุ่นทั่วไปที่มีความฝันมีเป้าหมาย และมีการศึกษาเป็นเครื่องนำทางพอถึงวัย อุดมศึกษาพระองค์ท่านทรงเลือกเรียนในคณะ นิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยอัสัมชันหรือที่ เรารู้จักกันดีในชื่อคซึ่งถือเป็น มหาวิทยาลัยอินเตอร์แห่งแรกๆของไทยที่ เน้นภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นข้นมากๆการเรียน ที่นี่บ่มเพาะให้พระองค์ท่านมีทักษะการ สื่อสารที่ยอดเยี่ยมมีความเข้าใจในความ หลากหลายของผู้คนและที่สำคัญคือทักษะภาษา อังกฤษในระดับที่ใช้งานได้จริงอย่างคล่อง แคล่ซึ่งใครจะรู้ล่ะครับว่าทักษะการสื่อ

สารและภาษาที่ยอดเยี่ยมในวันนั้นจะกลายมา เป็นรากฐานสำคัญในพระราชกรณียกิจระดับ ชาติและระดับโลกในเวลาต่อมาหลังจากคว้า ปริญญาตรีมาได้สำเร็จในปี 2040 เส้นทาง ชีวิตของพระองค์ท่านก็ก้าวเข้าสู่วงการ การบินแต่ไม่ใช่ในฐานะนักบินนะครับเป็น ฐานะของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหรือ AirโฮสAgeพระองค์ท่านเริ่มต้นการทำงานกับ สายการบินระดับตำนานอย่าง Japan Airline หรือ JAL ซึ่งทุกคนในวงการรู้ดีว่าสายการ บินของญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะ ขั้นสุดยอดกฎระเบียบเข้มงวดการบริการต้อง ไร้ที่ติและความมีวินวินัยคือหัวใจสำคัญ หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่นั่นพระ

องค์ท่านก็ย้ายมาปฏิบัติงานกับสายการบิน แห่งชาติของเราอย่างการบินไทยการทำงาน เป็นairรhฮสtageนี่แหละครับคือโรงเรียน ฝึกความอดทนชั้นดีเยี่ยมลองคิดดูสิครับ ว่าต้องยืนทำงานบนส้นหูไฟลท์ละหลาย ชั่วโมงต้องรับมือกับผู้โดยสารร้อยพ่อพัน แม่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในพื้นที่แคบๆบน ความสูงหลายหมื่นฟุตสิ่งเหล่านี้หล่อหลอม ให้พระองค์ท่านมีจิตใจที่บริการมีความอด ทนอดกลั้นและมีบุคลิกภาพที่สง่างามในทุก อิริยาบถ แล้วจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดใน ชีวิตก็มาถึงเมื่อพระองค์ท่านได้ก้าวเข้า สู่เส้นทางสายทหารเส้นทางที่เต็มไปด้วย หยาดเหงื่อคราบน้ำตาและความอดทนทางร่าง

กายขั้นสุดๆหลายคนอาจจะคิดว่าการเข้ามา เป็นทหารของพระองค์ท่านคงเป็นแค่การรับ ตำแหน่งทางกายภาพหรือได้ยศมาประดับเฉยๆ แต่ผมบอกเลยครับว่าความคิดนั้นผิดถนัด เพราะสมเด็จพระราชินีสุธิดาทรงลงสนามฝึก จริงเจ็บจริงและลุยจริงทรงผ่านหลักสูตร ทั้งทหารที่โหดที่สุดเท่าที่กองทัพไทยจะ มีได้เรามาไล่ดูกันทีละหลักสูตรเลยดีกว่า ครับเริ่มจากหลักสูตรการรบแบบจู่โจมหรือ ที่ทหารเรียกกันว่าหลักสูตรเสือคราบดาบ ของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษหลักสูตรนี้ ไม่ได้ออกแบบมาให้ผู้หญิงฝึกง่ายๆนะครับ มันคือการฝึกที่รีดเค้นพละกำลังและสภาพ จิตใจของมนุษย์ออกมาถึงขีดสุดต้องแบกเป้

หนักเดินป่าข้ามเขาเป็น 10 กม.ต้องอดหลับ อดนอนต้องเอาตัวรอดในป่าลุยโคลนลุยน้ำและ ต้องผ่านการทดสอบกำลังใจทุกรูปแบบพระองค์ ท่านทรงเข้ารับการฝึกและสำเร็จการศึกษา ได้รับเครื่องหมายความสามารถการรบแบบจู่ โจมมาอย่างเต็มภาคภูมิยังไม่พอนะครับพระ องค์ท่านยังทรงผ่านหลักสูตรการส่งทาง อากาศหรือรมเอราวัลซึ่งต้องกระโดดร่มลงมา จากเครื่องบินที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า การกระโดดร่มไม่ใช่แค่วัดใจว่ากล้าไม่ กล้ากล้าแต่มันต้องใช้ทักษะในการจัด ระเบียบร่างกายการแก้ไขปัญหาฉุกเฉินกลาง อากาศถ้าดึงร่มไม่ออกจะทำยังไงถ้าร่มพัน กันจะทำยังไงพระองค์ท่านกระโดดจริงและ

ผ่านมาตรฐานของหน่วยรบพิเศษอย่างสมบูรณ์ แบบนอกจากนี้ยังทรงผ่านการฝึกหลักสูตร ราชองครักษ์หลักสูตรการยิงปืนพกในระบบการ รบภายใต้ความกดดันพูดง่ายๆคือทรงเป็นทหาร รบพิเศษหญิงที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่ง ของกองทัพบกไทยความแข็งแกร่งทางร่างกาย และจิตใจที่ทรงได้รับจากการฝึกเหล่านี้ เป็นคำตอบว่าทำไมเราถึงเห็นพระองค์ท่าน สามารถเดินสวนสนามทรงยืนประทับเคียงข้าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นเวลาหลาย ชั่วโมงในชุดเครื่องแบบที่หนักและร้อนโดย ที่พระพักต์ยังคงสง่างามและไม่มีร่องรอย ของความเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อยแต่ความ ปรีชาสามารถของพระองค์ท่านยังไม่หยุดแค่

บนพื้นดินครับเพราะท้องฟ้าก็อีกหนึ่ง สมรภูมิที่พระองค์ท่านพิชิตได้สำเร็จจาก อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินพระองค์ ท่านได้ยกระดับตัวเองขึ้นมาสู่การเป็นนัก บินและไม่ใช่แค่นักบินเครื่องบินเล็กๆนะ ครับแต่เป็นนักบินพาณิชย์ที่มีใบอนุญาต อย่างเป็นทางการส่งผ่านการศึกษาและฝึกฝน อย่างหนักที่โรงเรียนการบินทรงสำเร็จการ บินเครื่องบินโดยสารแบบ Boeing 73400 ซึ่งเป็นเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่จะขับ เครื่องบินระดับนี้ได้ต้องเรียนรู้ระบบ คอมพิวเตอร์การบินระบบไฮดรอลิกสภาพอากาศ การคำนวณน้ำหนักและการทรงตัวของเครื่อง บินรวมถึงการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินใน

ห้องนักบินไม่เพียงเท่านั้นครับพระองค์ ท่านยังทรงสำเร็จการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์ และยังทรงได้รับใบอนุญาตนักบินส่วนปลุกคน จากสำนักงานการบินแห่งสหพันธ์หรือ FAA ของสหรัฐอเมริกาอีกด้วยคุณลองนึกดูสิครับ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องทำหน้าที่ ราชองครักษ์ต้องฝึกทหารรบพิเศษและในเวลา เดียวกันก็ต้องอ่านหนังสือสอบเพื่อเอาใบ อนุญาตนักบินระดับสากลไปด้วยมันต้องใช้ การบริหารเวลาและมีวินัยในตัวเองระดับไหน ถึงจะทำเรื่องทั้งหมดนี้ให้สำเร็จพร้อมๆ กันได้เนี่ยแหละครับคือสิ่งที่แสดงให้ เห็นถึงศักยภาพของสมองและความมุ่งมั่นที่ ไม่ธรรมดาจริงๆเมื่อถึงเวลาที่ต้องก้าว

ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในฐานะสมเด็จพระ ราชินีเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 พระองค์ท่านก็ได้นำเอาประสบการณ์ทั้งหมด ที่สะสมมาทั้งความอ่อนน้อมถ่อมตนจากการ เป็นแอร์hฮสเตageความเข้มแข็งเด็ดขาดจาก การเป็นทหารรบพิเศษและความรอบคอบแม่นยำ จากการเป็นนักบินมาผสมผสานกันจนกลายเป็น บุคลิกภาพของพระราชินีที่สง่างามและเป็น ที่พึ่งพาได้เราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า เวลาที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไป ทรงเยี่ยมราชดรทรงไม่เคยถือพระองค์เลยทรง มีรอยยิ้มที่อบอุ่นทรงคุกเข่าลงจับมือพูด คุยกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเองทรงจำราย ละเอียดเล็กๆน้อยๆของพระสกนนิกรได้ซึ่ง

นี่คือทักษะการใส่ใจผู้คนอย่างแท้จริงใน ขณะเดียวกันเมื่อถึงเวลาที่ต้องปฏิบัติ พระราชกรณียกิจในฐานะทหารหรือพระราชพิธี สำคัญพระองค์ท่านก็จะเปลี่ยนโหมดเป็นผู้ หญิงที่สตรองเข้มแข็งมีระเบียบวินัยเป๊ะ ทุกระเบียดนิ้วทรงเดินตามหลังพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในระยะที่พอดีเป๊ะ ไม่เคยล้ำหน้าและคอยสังเกตการรอบตัวอยู่ เสมอเหมือนสัญชาตญาณของราชองครักษ์ที่ไม่ เคยหายไปไหนและอีกมุมนึงที่หลายคนอาจจะ เพิ่งมาเห็นในช่วงหลังๆคือพระปรีชาสามารถ ด้านการกีฬาครับไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ครับ ว่าภารกิจรัดตัวขนาดนั้นพระองค์ท่านยังมี เวลาไปฝึกซ้อมกีฬาในระดับที่ลงแข่งขันได้

อย่างกีฬาเรือใบในการแข่งขันภูเก็ต King Cupตารพระองค์ท่านก็ทรงร่วมแข่งขันในฐานะ ลูกเรือส่งโหนสลิงฟาคลื่นลมแรงกลางแดดจ้า เพื่อถ่วงน้ำหนักเรือซึ่งต้องใช้พละกำลัง และความสามัคคีในทีมสูงมากหรือจะเป็นกีฬา ไอซฮอกกี้ที่ทรงร่วมแข่งขันในนามทีมชาติ ไทยกีฬาชนิดนี้ต้องใช้ความเร็วความแข็ง แรงของการทรงตัวบนน้ำแข็งและการปะทะกัน อย่างดุเดือดแต่พระองค์ท่านก็ทรงลงเล่น อย่างเต็มที่โชว์ทักษะการสะเก็ดและการตี ลูกพักที่ทำเอาผู้ชมอึอึ้งไปตามๆกันที่ ทรงเล่นกีฬาที่ต้องใช้แรงกายหนักๆแบบนี้ ได้แสดงให้เห็นเลยว่าพระองค์ท่านทรงรักษา สภาพร่างกายให้ฟิตแอนเฟิร์มอยู่ตลอดเวลา

ไม่เคยปล่อยประละเลยตัวเองเลยแม้แต่น้อย นอกจากความสามารถบู๊ๆแล้วในด้านบุนหรือ ด้านศิลปวัฒนธรรม พระองค์ท่านก็ทรงเป็นแบบอย่างที่งดงามมาก ครับหากใครสังเกตฉลองพระองค์หรือชุดที่ ทรงสวมใส่ในแต่ละงานจะเห็นเลยว่าพระองค์ ท่านทรงเลือกใช้ผ้าไทยผ้าไหมผ้าไขว้จาก ชุมชนต่างๆทั่วประเทศมาตัดเย็บอย่าง ประณีตทรงนำลวดลายผ้าโบราณที่เกือบจะสูญ หายไปแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านฉลอง พระองค์ที่งดงามการกระทำแบบนี้ไม่ใช่แค่ การแต่งตัวให้สวยงามนะครับแต่มันคือการ สื่อสารผ่านเครื่องแต่งกายหรือ satorial Diplomacy ที่ทรงพลังมากๆเป็นการ สนับสนุนอาชีพของชาวบ้านสนับสนุนภูมิปัญญ

ยาไทยและโปรโมทผ้าไทยให้คนทั่วโลกได้เห็น โดยไม่ต้องพูดสักคำเดียวส่งใส่ใจราย ละเอียดถึงขั้นว่าไปจังหวัดไหนก็จะทรงผ้า มื้อเมืองของจังหวัดนั้นๆเป็นการให้ เกียรติและซื้อใจประชาชนในพื้นที่ได้ อย่างลึกซึ้งที่สุดเรื่องราวของสมเด็จพระ นางเจ้าสุธิดาปั่นจรสถานั้นจึงไม่ใช่แค่ เรื่องราวของหญิงสามัญชนที่ก้าวขึ้นสู่ บัลลังก์ตามนิยายปรัมมราแต่มันคือเรื่อง ราวของการเตรียมพร้อมการฝึกฝนตนเองอย่าง หนักหน่วงการไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบากและ การทำทุกหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ สมบูรณ์แบบที่สุดไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของ พนักงานต้อนรับหน้าที่ของทหารรบพิเศษหน้า

ที่ของนักบินหน้าที่ของนักกีฬาและที่ สำคัญที่สุดคือหน้าที่ของพระบรมราชินีผู้ เคียงข้างองค์พระมหากษัตริย์ทั้งหมดนี้ คือคำตอบว่าทำไมเราถึงเห็นผู้หญิงคนนี้ทำ ได้ทุกอย่างและทำได้ดีระดับมืออาชีพในทุก ๆด้านความปรีชาสามารถรอบทิศไม่ได้หล่นมา จากฟ้าครับแต่มันถูกหล่อหลอมมาจากหยาด เหงื่อความมีระเบียบวินัยความอดทนและหัว ใจที่เด็ดเดี่ยวเกินร้อยทุกครั้งที่เรา เห็นพระองค์ท่านแย้มพระสวนอย่างงดงามขอ ให้รู้ไว้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มนั้นคือหัว ใจของนักรบหัวใจของนักบิ่นและหัวใจของแม่ ฟ้าหลวงที่พร้อมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อ แผ่นดินไทยนี่แหละครับคือเรื่องราวเชิง

ลึกที่ตกผลึกความคิดนำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าทุกคนจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น และได้รับแรงบันดาลใจจากความมุ่งมั่นของ พระองค์ท่านนำไปปรับใช้ในชีวิตของเราเอง ได้ว่าถ้าเรามีวินัยและไม่ยอมแพ้ไม่มี อะไรบนโลกนี้ที่เราจะเรียนรู้และทำมันไม่ ได้เลยครับหากคุณชอบการเล่าเรื่องที่ลึก ซึ้งเจาะลึกและเห็นภาพแบบนี้อย่าลืมกด ไลค์กดแชร์และกดติดตามช่องต้องตกผลึกความ คิดไว้ด้วยนะครับเพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาด เรื่องราวดีๆที่เราจะนำมาเสิร์ฟให้ถึง หน้าจอคุณในครั้งต่อไปสำหรับวันนี้ผมคง ต้องขอตัวลาไปก่อนสวัสดีครับ